SouthAfrica

สวัสดีค่ะ นักอ่านเงาทั้งหลาย 
รบเร้าให้ไนท์อัพเพิ่มอยู่นาน ก็มาอัพแล้วนะ
ความจริงเขียนๆเซฟๆไว้ชาติกว่าแล้ว
แต่ก็ไม่เสร็จดีสักที เลยเหมือนว่าดองไว้

ไม่ได้ดองเพราะอยู่เกาหลีแล้วชินกะกิมจินะ
แค่พักนี้หลงระเริงกับอะไรหลายๆอย่างไปหน่อย ฮ่าๆๆ

คราวก่อนหยุดไว้ตรงคืนแรกในบ้าน Host Botha
ที่ไนท์กลัวและก็ตื่นที่่และคนที่นั่นมากๆ
อาจจะมีคนอ่านแล้วคิดว่า ไนท์อ่อนต่อโลกเองต่างหาก
แต่คุณต้องไปสัมผัสประสบการณ์จริง 555+
จะถึงกับรู้ซึ้งเลยทีเดียว = =

:
:
:

พอตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาประมาณ 7 โมงเช้า
ที่ตื่นก็เพราะว่า Host Sister งอแงจะดูทีวี Host Mom ก็เลยด่าๆๆ
พอดีห้องอยู่ติดกันไนท์เลยตื่นไปด้วย พอตื่นก็เลยคิดว่าลุกเลยดีกว่า
ตื่นสายไปคงดูไม่ดีเท่าไหร่ เพราะนั่นก็ไม่ใช่บ้านเรา

ไนท์เลยรีบไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน และก็จะอาบน้ำให้ได้
และก็พบว่า ส้วมพัง กดไม่ค่อยจะได้ แถมฝาก็แตกแล้ว T______T
ห้องน้ำสกปรกมากๆ ระหว่างที่นั่งสังเกต ไนท์ก็พบกับระเบิดมากมาย
จะมีฝุ่นดำๆเป็นก้อนๆอยู่ข้างอ่างอาบน้ำเต็มไปหมด
แต่ก็ต้องอาบ ไม่ได้อาบมาหลายวันแล้ว เน่ามากๆ

เวลาอาบน้ำก็ต้องอาบน้ำอ่าง เพราะว่าไม่มีฝักบัว
ไนท์เลยต้องระวังมากเป็นพิเศษ ไม่ให้น้ำล้นไปโดนพวกไอฝุ่นก้อนดำๆ
เด๋วมันจะได้ลงมาเล่นน้ำกับไนท์ซะก่อน = ="

พออาบน้ำเสร็จ Host Mom ก็ให้เลือกทำเองระหว่างกาแฟหรือชา
และก็มีขนมปังกับไส้กรอกให้เป็นอาหารเช้า
เค้าก็บอกว่าเด๋วอีกสักพัก เขาจะพาไปซื้อยูนิฟอร์ม
และก็จะพาไปดูโรงเรียนด้วย พูดง่ายๆคือจะพาเดินไปรอบๆแถวนี้

พอกินข้าว เก็บล้างอะไรกันเสร็จ
Host Mom ก็กวาดบ้าน ไนท์เลยอาสาอีกรอบจะขอช่วย
ก็โดนปฎิเสธกลับมา ไนท์เลยจำต้องเข้าไปจัดของในห้องต่อ

พอมองสภาพห้องไนท์ก็ถอนหายใจเล็กน้อย
พลางคิดว่า เออ ต้องอยู่แบบนี้อีกตั้งปีแน่ะ
แต่ก็คงไม่แย่เท่าไหร่มั้ง เค้ายังอยู่กันได้เลย
ถึงอย่างนั้นมันก็รู้สึกเคืองๆโครงการเล็กน้อย
เค้าเห็นสภาพบ้านแล้วยังกล้าส่งเด็กมาอยู่อีกหรอเนี่ย
จ่ายไปเป็นแสน ได้มาอยู่แบบนี้ แล้วโรงเรียนจะเป็นยังไงหว่า
แต่ตอนนั้นก็คิดอะไรไม่ออก คิดอยู่อย่างเดียวว่าไม่เป็นไร
นิสัยคนไทย อยู่ๆไปเถอะ ไม่เป็นไรหรอก

ไม่นานนักโฮสก็มาเรียก ไนท์จึงต้องหยุดอาการเก็กซิมไว้ก่อน
พร้อมยิ้มสยามทำเป็นร่าเริง คว้าเสื้อโค้ดรีบไปรอเค้าหน้าบ้าน
แต่การเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป
กว่าจะได้ออกจากบ้านจริงๆ ก็ปาเข้าไปกว่า 20 นาที
เพราะโฮสไนท์ล็อคบ้านไม่ได้ ต้องชำเราประตูบ้านอยู่นานพอสมควร

เค้าพาไนท์เดินออกไปจาก Mid-Ennerdale
มันเป็นแค่หย่อมนึงใน Ennerdale ล่ะ ที่จริง
ข้ามฝั่งถนนใหญ่ไปก็จะพบกับบ้านที่มีความ Civilization กว่า
เค้าพาไนท์ไปร้านขายยูนิฟอร์ม มันอยู่ในตึกชั้นเดียว
รูปทรงตัวยู เป็นที่ตั้งของร้านค้าอื่นๆอีกเจ็ดแปดร้าน

การก่อสร้างที่นี่ออกแนวสิ้นคิด
เพราะหย่อมขายของตรงนี้ ก็ใช้อิฐแดงเป็นหลักอีกแล้ว
(ขัดใจลูกสาวนายช่าง) 

พอเข้าไปในร้าน เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงมุสลิม
อย่างแรกที่เค้าเห็นก็คือ ไนท์ นี่แหล่ะ
รีบถามโฮสไนท์ใหญ่ว่า ไนท์เป็นใคร หน้าตาน่ารักเชียว

ก๊ากกกกก ๆๆๆๆๆ
แบบนี้ขอเหมาทั้งร้านเลยดีไม๊คะ
ความจริงคือ ไนท์ก็ไม่ได้น่ารักอะไรหรอก
แต่ด้วยความแตกต่าง ทั้งหน้าตา โครงร่าง ผม
ทำให้หลายๆคนที่นั่นเอ็นดูไนท์เกินจริงนั่นเอง

โฮสไนท์ก็บอกว่าเป็นเด็กแลกเปลี่ยนมาจากไทย
จะมาซื้อยูนิฟอร์มของ Oakdale ... ชื่อโรงเรียนของไนท์เอง
เจ้าของร้านก็บอกว่า โอเคๆ ขอวัดตัวหน่อย
ตอนที่วัดเค้าก็ชมว่า ไนท์ตัวเล็กดีนะ

อยู่ที่นี่ก็คงเล็กล่ะ 555+
ตอนอยู่ที่ไทยนี่ ไนท์ว่าไนท์ถึกๆนะ

ยูนิฟอร์มของ Oakdale จะเป็นสีเขียวแบบชุดเนตรนารี
และก็จะเหมือนโรงเรียนอื่นๆคือ เสื้อเชิ้ตขาว เนคไท กระโปรง และรองเท้านักเรียน
รองเท้านักเรียนที่นี่น่าเกลียดมากๆ
ถ้ากลับไทยไปแล้วไฟล์รูปที่ SA ยังไม่ถูกลบไป จะเอามาลงให้ดู

พอไนท์ลองทุกอย่างเสร็จ ก็จ่ายเงินแบบงงๆค่าเงินมันอยู่
ไนท์เพิ่งได้เสื้อเชิ้ตขาวมาตัวเดียวก็เลยจะซื้อเพิ่ม
ตอนนั้นโฮสไนท์ก็เบรกไนท์ไว้

"เสื้อกับกระโปรงอย่างละตัวก็พอ มันแพงนะ"

ไนท์ก็อึ้งแบบ เฮ่ย เรียน 5 วันไม่ใช่เร๊อะ O_o"
แต่ไนท์ไม่รู้จะพูดอะไร เลยเออออไป แล้วคิดว่าจะแว้ปมาซื้อทีหลัง
จำไม่ได้ว่าซื้อไปทั้งหมดเท่าไหร่ แต่จำได้ว่าไม่ได้แพงขนาดนั้นซะหน่อย = ="
แต่ไนท์ก็ไม่แสดงอาการอะไรออกไป แต่ในใจนี่แบบนึกหวั่นมากๆ

หลังจากนั้น โฮสก็พาไนท์เดินไปโรงเรียนที่จะต้องไปเรียน
มันอยู่คนละฟาก area เลยทีเดียว เค้าก็พาไนท์เดินไปทางถนนใหญ่ซึ่งอ้อมได้อีก
ระหว่างที่เดินเค้าก็พูดนั่นนี่ไปเรื่อย พูดว่าเค้าเคยรับเด็กเยอรมันมาอยู่
แต่ว่าเด็กคนนั้นอยู่แค่ 3 เดือนก็ย้ายออก ทั้งๆที่เค้าก็ดูแลเป็นอย่างดี
ในใจไนท์แอบคิดว่า ก็ไม่ค่อยจะแปลกใจหรอก ไนท์เห็นสภาพครั้งแรกยังตกใจเลย

พอมาถึงโรงเรียน ไนท์ก็ได้อึ้งอีกรอบ ... รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้ว
Oakdale Secondary School โรงเรียนที่ทางโครงการส่งไนท์มาเรียนปีหนึ่ง

แวปแรกที่เห็น ด้านหน้าก็พอจะมีเค้าโรงเรียนให้เห็นอยู่
แต่พอลองมองเข้าไปดีๆแล้ว ที่นี่ไม่มีตึกเรียนแบบบ้านๆเรา
ห้องเรียนทั้งหมดบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เล็กๆเก่าๆ หลายๆตู้เรียงเป็นตับไป
ไนท์แอบซีดเล็กน้อย ต้องมาเรียนที่แบบนี้จริงๆหรอเนี่ย
ห้องเรียนบางห้องก็เป็นห้องเรียนแบบก่อสร้าง เป็นแบบอิฐแดงๆธรรมดาๆ
สภาพแวดล้อมก็หาความร่มรื่นไม่มี มองไปทางไหนก็มีแต่ดินแดงแห้งๆกับทราย

โรงเรียนหรือสถานดัดสันดานวะเนี่ย ="=

ปรากฎว่าโรงเรียนปิด เขาให้มาอีกทีวันจันทร์
ไนท์เลยไม่ได้มีโอกาสเข้าไปตื่นตาตื่นใจกับโรงเรียนต่อ จำต้องกลับ

วันนั้นเป็นวันที่แดดแรงแผดเผาใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าจะอยู่ในฤดูหนาว
อากาศที่นั่นจะเป็นแบบอบอุ่นๆสบายๆ แต่แดดนี่แรงขั้นตายเลยทีเดียว
ไนท์ก็กะว่าจะรีบจ้ำๆกลับบ้านกินน้ำจัดของต่อสักที
แต่ชีวิตมันจะง่ายแบบนั้นได้เยี่ยงไร = ="

ระหว่างทาง โฮสไนท์ก็เจอกับเพื่อน
แล้วเจ๊แกสองคนก็ยืนคุยกันอยู่ตรงนั้นแหล่ะ
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่รู้ว่านานมากกกก
ไนท์ยืนรอ จนนั่งยองๆกับพื้น ที่หลบแดดก็ไม่มี

บ้านแถวนั้นก็ดูดีใช้ได้เลยทีเดียว
ไนท์เลยแอบถอนหายใจอีก ทำไมเราไม่ได้อยู่แบบนี้วะ
ไม่ได้ดีเท่าที่เคยๆอยู่มา แต่ก็ดีกว่าที่อยู่ตอนนี้
แต่เราจะทำอะไรได้ล่ะ = ="

พอไนท์คิดว่า ไนท์กำลังจะเป็น sunbrun ละ
โฮสก็เมาท์เสร็จแล้วพากลับบ้านต่อ
ระหว่างทางเค้าก็บอกว่า จะให้เจอโรม (พี่ชาย) พาไปซื้อของ
เค้ารู้ว่าไนท์ประจำเดือนมา เค้าเลยอยากให้ซื้อพวกทิชชู่ใช้เอง
เป็นนัยว่า มันเปลืองเค้าว่างั้นเถอะ = =" ไนท์ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อถึงบ้าน เจอโรมก็กลับมาพอดี
โฮสมันไนท์เลยให้เค้าพาไนท์ไป Superstore แถวนั้น
ที่ที่ไนท์อยู่จะมีสองที่ใหญ่ๆคือ Shoprite กับ Spar
ที่ที่ไนท์ไปคือ Shoprite ซึ่งโคดไกลและก็เดินอีกแล้ว

ระหว่างทางเดินไป ก็มีพูดคุยกันบ้างเล็กน้อย เค้าก็ควักบุหรี่ออกมาสูบ 
พอได้คุยกันบ้าง ก็ดูจะเป็นคนดีใช้ได้อยู่
ไนท์ก็ชวนเค้าคุย จนเริ่มโต้ตอบกันในระดับที่น่าพอใจ

พอถึง Shoprite ไนท์ก็คว้ารถเข็น หยิบๆๆของใส่
อารมณ์ประมาณว่า คงไม่ได้มาบ่อยๆแน่ ไกลบ้านขนาดนี้

ตอนนั้นไนท์ยังมีปัญหากับเรื่องค่าเงิน
ช่วงที่ไนท์อยู่ที่นั่น 1 แรนจะเท่ากับ 7 บาทไทย
ไนท์เลยคิดว่า พกทีละร้อยสองร้อยแรน คงไม่เป็นไร
อยู่ที่ไทยออกจากบ้านทีก็เกินพันอยู่
แต่ที่ไนท์ไม่รู้ในตอนนั้นคือ เขตที่ไนท์อยู่
เป็นพวกคนหาเช้ากินค่ำ หรือพูดง่ายๆคือไม่มีเงินนั่นเอง
ไนท์เพิ่งไปใหม่ๆ เลยไม่รู้ว่าพวกเค้าพกเงินกันยังไง ใช้ยังไง
คิดในใจว่าคงไม่ต่างจากบ้านเราหรอก

ระหว่างที่ไนท์ซื้อขนมและของใช้จำเป็นอย่างบ้าคลั่ง
เจอโรมก็จะคอยทักว่า "ตั้ง 10 แรนนะ, แพงนะ 6 แรนแน่ะ"
ไนท์ก็ไม่เป็นไรๆ คิดเป็นเงินไทยในใจก็ไม่ได้แพงเกินนี่

พอถึงเวลาจ่ายเงิน ไนท์ก็เอาแบงค์ 200 แรนจ่าย
เป็นแบงค์ที่มีค่ามากที่สุดในสกุลแรนแล้ว
แลกมาจากไทย ตอนนั้นจำได้ว่าหมดไปไม่ถึงร้อยแรนด้วยซ้ำ
ไนท์ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่ามันธรรมดาที่จะจ่ายด้วยแบงค์ 200 แรน

เสร็จเราก็ตรงกลับบ้านกัน พูดคุยกันไปเรื่อย
จนกระทั่ง....

เจอโรม :: Can I ask you something?
ไนท์ :: Sure (พร้อมยิ้ม ฮ่าๆ)
เจอโรม :: Can you borrow me 20 Ran?

ไนท์อึ้งอีกแล้ว
แต่ก็ทำเป็นยิ้ม แล้วตอบเต็มปากเต็มคำว่า "ไม่"

ในใจไนท์นี่แบบ ทำไมล่ะ ทำไมถามไนท์แบบนี้ล่ะ
เพราะว่าเห็นเงินไนท์หรอ เพราะว่าไนท์เป็นคนต่างชาติหรอ

หลังจากนั้น ไนท์ก็ไม่พูดอะไรอีกเลย
เจอโรมเองก็ดูจะไม่กล้าพูดกับไนท์อีกเหมือนกัน
เพราะว่าไนท์หน้าเป็นตูดไปเรียบร้อยแล้ว

ตอนนั้น ถึงจะไปอยู่แค่วันสองวัน
แต่ไนท์ก็พอจะเดาได้ว่า Area ที่ไนท์อยู่มันจน
ถึงจะไม่เข้าใจว่า 20 แรนมันมากน้อยสำหรับพวกเค้าแค่ไหน
แต่ก็พอจะรู้ว่า นี่มันขอ ไม่ใช่ขอยืมอย่างแน่นอน

พอกลับถึงบ้าน ไนท์ก็ตรงกลับเข้าห้องไนท์ทันที
ตอนนั้นอารมณ์แบบโกรธมาก
ไนท์รู้ว่าเค้าไม่รู้กันหรอก ไนท์เป็นยังไง รู้สึกอะไร
แต่การที่เค้าทำแบบนี้ก็ทำให้รู้สึกแย่กับที่นี่มากไปกว่าเดิม

ไนท์ก็โทรไปคุยกับพ่อแม่ไนท์ตามปรกติ
ก็เล่าเรื่องนี้ให้เค้าฟัง เค้าก็แนะนำว่า ให้ไปคุยกับทางโฮสมัมเลยดีกว่า
ไนท์ก็เห็นด้วย เพราะไม่อยากให้มันค้างคาในใจเท่าไหร่

พอวางหูเสร็จ ไนท์ก็เดินไปหาโฮสมัมแล้วบอกเรื่องนี้กับเขา
พอโฮสมัมรู้เข้า เค้าก็ตกใจมากและก็โกรธมาก
เค้าก็ถามว่า จะขอยืมเท่าไหร่ ไนท์ก็บอกเค้าว่า 20 แรน
โฮสมัมก็ทำท่าตกใจมากและโกรธมากกว่าเดิม

เค้าบอกกับไนท์ว่า ดีแล้วที่ไม่ให้
เค้าไม่ได้ต้องการให้คนในบ้านมายุ่งกับไนท์เลย
และก็ขอร้องว่า อย่าบอกคนที่บ้านไนท์ เค้าไม่อยากให้รู้
ไนท์ก็รับปาก แต่ความจริงก็คือ นั่นแหล่ะ บอกไปนานแล้ว = ="

:
:

ขอหยุดไว้ตรงนี้ก่อนละกัน :D
เรื่องที่เกาหลี ยังไม่รู้ว่าจะอัพเมื่อไหร่
เพราะบางทีก็ไม่ว่าง และก็อยากรำลึกอดีตบ้าง
ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านกันนะคะ ^_______^ 

หลังจากที่กลับมาจากร้านขายของชำ
โฮสมัมก็ลงมือทำอาหารเย็นมื้อแรกในบ้านนี้ให้

ครัวของบ้านนี้ก็เล็กไปตามขนาดบ้าน
ประมาณว่าเดินสักสี่ก้าวก็พ้นห้องละ
ด้านหนึ่งเป็นโต๊ะยาวหนึ่งตัวไม่มีเก้าอี้กับเตาแก๊ส
ส่วนอีกด้านเป็นซิงค์น้ำกับตู้เล็กๆ
ระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น
จะมีตู้แช่แข็งขวางอยู่ทำให้เหลือทางเดินนิดเดียว

มื้อแรกของไนท์คือ ไส้กรอก ขนมปังแผ่น และน้ำเกรวี่
ซึ่งมารู้ทีหลังว่าจริงๆแล้วต้องเป็น สเต๊ก ปั๊ป และเกรวี่
แต่ว่าโฮสแรกไนท์เค้าไม่่ค่อยมีเงินอ่ะนะ
เค้าเลยทำให้กินได้แค่นี้ = ="
น้ำเกรวี่ก็ใช้ทำจากมะเขือเทศปรุงรสแล้วต้มนั่นล่ะ

ระหว่างที่เค้ากำลังยืนทำ ไนท์ก็ไปยืนทำตัวเกะกะ
ไม่อยากเป็นฝ่ายนั่งรอคนเดียว น่าเกลียดไปหน่อย
ตอนนั้นเองที่ไนท์เริ่มรู้สึกว่าีมีอะไรแปลกๆเกี่ยวกับโฮสของไนท์ละ

"เธอเองก็นับถือศาสนาคริสต์ใช่ไม๊ เป็นโดยกำเนิดรึเปล่า" โฮสมัมถามไนท์
"ใช่ค่ะ เป็นคาทอลิกโดยกำเนิด" ไนท์ตอบไป
เค้าทำหน้าตาพออกพอใจ "งั้นเธอก็ต้องเชื่อในพระจิตเจ้าสิ"

โฮสมัมไนท์เค้าเป็นโปแทสแตนท์ นิกายหนึ่งที่มีชื่อเรื่องความเคร่งมากๆ
ไนท์ก็ไม่ได้อะไร เป็นคริสต์เหมือนกันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร
ไนท์เองก็ไม่ใช่คนเกี่ยงศาสนา ทั้งยังไม่เคร่งอีก เลยยิ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวล
แต่แล้วไนท์ก็ค้นพบว่าตัวเองคิดผิด = ="

"ค่ะ เชื่อ" ไนท์ตอบไปตามตรง
โฮสมัมหันมาหาไนท์ "อย่างนี้เธอก็พูดได้เกือบทุกภาษาสิ"
ไนท์ก็งง นึกว่าตัวเองฟังผิด "ทุกภาษาหรอคะ"
"ใช่ ตามความในไบเบิ้ลวันที่พระจิตเสด็จลงมา เห็นไม๊
ที่พวกสาวกพูดภาษาแปลกๆได้น่ะ คนที่เชื่อจะได้รับพลังทุกคน"
ไนท์นิ่งไป ไม่รู้จะตอบอะไรดี
"เข้าใจภาษาอัฟริคานส์รึเปล่า" โฮสมัมถามไนท์ จะให้ตอบไงล่ะเนี่ย
"ไม่เข้าใจค่ะ" ไนท์พูด แล้วก็รีบเสริม "แต่อยู่ไปสักพักก็คงเ้ข้าใจเองล่ะค่ะ"
"ใช่ อาจจะต้องใช้เวลา" โฮสมัมเออออตาม

 ระหว่างนั้น พี่ชายคนรองก็กลับมาถึงบ้านพอดี
เขาชื่อเจอโรม อายุ 23 .... ตัวเตี้ยกว่าไนท์นิดนึงและก็ไม่หล่อเลย ฮ่าๆๆๆ
หน้าตาเหมือนคนแถวบ้านเรานี่เอง .. เค้าดูเขินไนท์มากๆ ไม่ค่อยจะพูดอะไร
ไนท์ก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเค้าเหมือนกัน นอกจากจับมือและแนะนำตัว

แล้วก็กินข้าวเย็นมื้อแรกในบ้านโฮสแรกที่น่าหดหู่มาก สำหรับไนท์
อาหารไม่แย่ โฮสเองก็ไม่แย่ แต่สภาพบ้าน สภาพที่ที่ไนท์อยู่
ในความคิดไนท์ตอนนั้น มันแย่มาก ไนท์ยอมรับว่าไนท์ช็อคมาก

เวลากินข้าว เท่าที่สังเกตมาจากหลายๆบ้านที่ได้ไปอยู่
เค้าจะไม่ค่อยใช้โต๊ะทานข้าวกัน จะไปนั่งที่โซฟาแล้วถือกินกันมากกว่า
บ้านนี้ก็เช่นกัน แต่หนักหน่อยตรงที่ว่า เราต้องกินกันในความมืด
เพราะว่าไม่มีไฟในห้องนั่งเล่นนั่นเอง = ="

พอทานกันเสร็จศัพท์ เจอโรมก็ไปอาบน้ำ
ไนท์ก็เสนอตัวว่าจะล้างจานให้ แต่ก็ถูกโฮสมัมปฎิเสธ
เค้าบอกว่างานบ้านทุกอย่างเค้าจะทำเอง
ให้ไนท์จัดการเรื่องของตัวเองก็พอ

และหลังจากนั้น ไนท์ก็พบความจริงอีกอย่างคือ
บ้านนี้ล้างจานโดยไม่ใช้น้ำยาล้างจาน = ="
น้ำร้อนเพรียวๆ เอาแค่ผ้าขี้ริ้วถูๆๆ เป็นอันเสร็จพิธี

ตอนที่ไนท์ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นเอง
เดวิด พี่ชายคนโตก็กลับมาถึงบ้าน
เค้าทักทายไนท์ด้วยการจับไหล่และทำเสียงจุ๊บเบาๆข้างหู
ไนท์ก็ตกใจนิดหน่อย แต่เดวิดดูแล้วเค้าเป็นคนที่โอเคเลย
ดู Friendly และไม่ได้ทำให้ไนท์รู้สึกกลัวแบบที่เจอมาตลอดช่วงเย็นนั้น

เค้าพูดคุยกับไนท์สั้นๆ เพราะว่าเค้าแค่แวะมาเอาอาหารและออกไปทำงานต่อ
และเป็นคนแรกที่ไนท์รู้สึกอุ่นใจเมื่ออยู่ด้วย
อย่างน้อยไนท์ก็รู้สึกว่า เค้าเอ็นดูไนท์แบบน้องสาวจริงๆ

พอแปรงฟันเข้าห้องน้ำเสร็จ ไนท์ก็ขอตัวเข้าห้องนอนทันที ทั้งๆที่เพิ่งจะ 2 ทุ่ม
อีกวันที่ไม่ได้อาบน้ำ เพราะว่ามันหนาวมากๆ และทั้งบ้านมี Heater อยู่ตัวเดียว
และคืนนี้มันก็ไม่ได้อยู่ที่ห้องไนท์

ก่อนจะเข้าห้อง โฮสมัมก็บอกว่าห้ามเปิดหน้าต่างเด็ดขาด
เด๋วมีคนเอื้อมมือเข้ามาทำอะไรไนท์ได้ตอนกลางคืน
และก็ขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครมายุ่งมาขโมยของๆไนท์
ไนท์ก็ขอบคุณเค้า และบอกราตรีสวัสดิ์

พอเข้าห้องได้ แค่นั้นแหล่ะ
ไนท์ก็น้ำตาแตก ร้องไห้ๆๆ ร้องๆๆๆ แบบไม่ไหวแล้ว
สภาพน่าเวทนาน่าดู ไนท์ร้องไห้แล้วร้องไปรอบๆห้อง
ตอนนั้นตัวสั่น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่กลัวขนาดนั้น
ข้างนอกมืดมากแล้ว หนาวมากด้วย แม้ว่าไม่ได้เปิดหน้าต่าง
ถึงอย่างนั้นก็มีลมเข้าได้ เพราะว่าบานหน้าต่างมันมีรอยแตกแล้วแหล่ะ

ไนท์คิดในใจว่า "กูมาทำอะไรที่นี่"
ที่ดีๆมีให้ไปไม่ไป ทำไมต้องมาเลือกที่แบบนี้
อยู่ไทยดีๆไม่ชอบแส่หาเรื่องมาประสาทกินอีกทวีป

ก็ใครมันจะไปรู้ว่าต้องมาอยู่ในที่แบบนี้
ใครมันจะไปคิดว่าโครงการแลกเปลี่ยน
ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
จะส่งลูกชาวบ้านมาอยู่ในที่แบบนี้ สภาพแวดล้อมแบบนี้

คือไนท์รู้ว่า SA มีทั้งคนขาวและคนผิวสี
และก็ไม่ได้หวังว่าจะได้อยู่กับคนขาวอยู่แล้ว
แต่ก็ทำใจรับกับสภาพแบบนี้ไม่ค่อยจะได้อยู่ดี
ก่อนมาไนท์รู้ว่าจะต้องได้โฮสที่ไม่ใช่คนขาว
แต่ก็ไม่ไหว แบบนี้มันเกินไป ยังไงก็เกินไป

ไนท์ร้องไห้อยู่แบบนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่
จำได้ว่าร้องหาแม่กับพ่อด้วยซ้ำ = ="
พูดคนเดียวด้วยว่า ไนท์อยากกลับบ้าน

ไนท์ไม่ใช่เด็กไม่เคยลำบาก
บ้านจะไม่มีอยู่ก็เคยมาแล้ว แต่นี่มันน่ากลัวมาก
ไนท์มาไกล มาคนเดียวจริงๆในที่ที่โคดต่าง
แทนที่ได้เข้าบ้านโฮสแล้วไนท์จะรู้สึกปลอดภัย
เปล่าเลย ไนท์กลัวมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ

ในที่สุด มือถือก็ใช้ได้ ไนท์เลยรีบโทรหาแม่ที่ไทย
ที่ไทยจะเร็วกว่า SA อยู่ 6 ชั่วโมง คิดเอาละกันกี่โมงแล้ว

พอแม่ไนท์รับโทรศัพท์ เสียงเค้าเหมือนดีใจนะ ที่ไนท์โทรหา
แต่ไนท์ก็กลั้นอารมณ์ไม่ได้ ไนท์ร้องไห้แบบไม่ปิดบังหาเค้า
เป็นครั้งแรกที่ไนท์ทำแบบนั้นกับพ่อแม่เลยนะ
แต่ไนท์ไม่ไหวแล้วจริงๆ ไนท์โคดกลัวเลย

และนั่นก็ทำให้แม่ไนท์ขวัญเสีย ที่ไนท์โทรมาสภาพนั้น
คิดดูคนเป็นพ่อเป็นแม่จะรู้สึกยังไง = ="
ที่ได้ยินลูกตัวเองร้องไห้ขนาดนั้น ไนท์คิดไม่ออกเลย

แม่ไนท์รู้ว่าไนท์เป็นเด็กที่ไม่กลัวลำบาก เป็นเด็กที่อะไรก็ได้
แม่รู้ว่าไนท์มองโลกในแง่ดี แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรมากมาย
ดังนั้น ถ้าไนท์มาสภาพนี้ มันคงจะน่ากลัวจริงๆ

เค้าถามไนท์ว่า ไนท์จะกลับบ้านไม๊
พอไนท์ได้ยินแค่นั้น ไนท์ก็คิดได้ว่า เออ พ่อแม่ไนท์ดีใจนะ ไนท์ได้มา
ไนท์เลยบอกเค้าว่า ไนท์จะไม่กลับ ไนท์เพิ่งจะมาเอง ไนท์คงแค่ตกใจ
แล้วโฮสเค้าก็ทำกับไนท์ดี ไนท์เองก็ไม่อยากทำร้ายน้ำใจเค้า
เพราะอะไรที่เค้าเตรียมๆไว้ให้ไนท์ ไนท์รู้สึกว่ามันดีที่สุดที่เค้าทำให้ได้แล้ว

แม่ไนท์เลยปลอบไนท์ว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ไม่ได้นะ
ยังไงก็อยู่ๆไปก่อน แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ห้ามไนท์ทนเด็ดขาด
เพราะแม่ไนท์ก็กลัวมากพอแล้วที่ไนท์ไปอยู่ในที่แบบนั้น
ไนท์ก็รับปาก ถ้าไม่มีปัญหาอะไรให้ไนท์ไม่สบายใจ ไนท์จะไม่ย้าย
แม้ว่าตอนนั้นไนท์จะประสาทกินหน่อยๆแล้วก็ตาม

พอวางหูไป ไนท์ก็รีบซุกตัวเข้าผ้าห่ม
ยังร้องไห้ไม่หยุด เพราะมันกลัวจริงๆ แบบหนีก็ไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้
จนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน

:
:

ขอจบวันแรกในบ้าน Host แรกลงด้วยประการฉะนี้
นึกถึงวันนั้นแล้วก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะ
แต่ก็รอดมาได้ล่ะ แหม่ ฮ่าๆๆ ^________^

คราวก่อนจบที่ตรงได้ไป Pilanesburg National Park
หลังจากที่กลับมาทานอาหารเช้าจริงจังกันที่แคมป์
เราก็ต้องเก็บของขึ้นรถเพื่อที่จะกลับไปสนามบินอีกครั้ง
เพื่อให้บรรดา Host Family มารับนั่นเอง

ก่อนที่จะออกจากแคมป์นั้น
ไนท์ก็เอาของฝากให้ Area Rep กับผู้ดูแลชาวเยอรมันเล็กน้อย
เป็นกระเป๋าผ้าไหมไทยเล็กๆ เป็นที่ฮือฮาและปลาบปลื้มมาก = ="

หลังจากที่นั่งรถยกโขยงกลับไปที่สนามบิน
ไนท์ก็ได้นั่งคุยกับ Area Rep คนนึงไปด้วย ซึ่งเค้าก็น่ารักดีนะ
ไนท์ถามเค้าเล่นๆว่า ไอ้ "อะคูน่า มาทาท่า" ใน The Lion King แปลว่าอะไร
เค้าก็บอกว่า แปลว่า "No Problem" แล้วเค้าก็ได้ลองชิมโดโซะที่ไนท์ติดไปด้วย ฮ๋าๆ

ตอนนั้นเด็กเยอรมันคนหนึ่งที่นั่งด้านหน้าไนท์ก็คุยกับเพื่อนเค้าไปเรื่อย
คุยกันในภาษาอังกฤษ ไนท์เลยรู้สึกว่า พวกนี้นี่ดีจัง เค้าไม่แปลกลิ้นเท่าเราไง
เด็กคนนึงที่ดูเด่นสุดในกลุ่มชื่อ โจนัส ทำหนังสือตก พอไนท์เก็บให้เค้าก็ยิ้มตอบ
ไม่น่าเชื่อว่าจะเด็กกว่าไนท์ หน้าตานี่อย่างกะ 20 ต้นๆละ
แต่ไม่นึกว่าอีก 2 เดือนให้หลังเราก็ได้เจอกันอีก ในช่วงที่ไนท์อยู่กับ Host ที่สอง
และหลังจากนั้นไปอีก ชื่อไนท์กับโจนัส ก็ได้คู่กัน ในนามของตัวปัญหา
เพราะ Area Rep เบื่อไนท์กับโจนัสมากๆ 555555+

พอถึงสนามบินก็เริ่มมีการแยกย้ายกัน
เพราะว่าบางคนต้องต่อเครื่องบินไปเมืองอื่นเช่น Cape Town หรือ Kimberley
แต่ไนท์ได้อยู่ที่ Joburg นั่นล่ะ เลยไม่มีปัญหาอะไร
พวกที่อยู่เมืองนี้ก็เริ่มมี Host Family มารับไปทีละคนๆ

เด็กไทยที่มาด้วยกันจะมีสองคน ชื่อผึ้งกับนัท
พ่อแม่ของน้องสองคนนี้ฝากฝังกับไนท์ซะดิบดี 555+
แต่บ้าน่า น้องนัทนี่เด็กทุนเต็มเลยนะ ไนท์น่าจะเกาะน้องมากกว่า 555+

ระหว่างที่รอ ไนท์ก็แอบตื่นเต้นนะ ว่า Host ของเราจะเป็นยังไง
ของบางคนก็เป็นคนขาว บางคนก็ Coloured แต่ดูดีมาก
แต่ไนท์ก็สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า จะไม่คาดหวังอะไรเด็ดขาดเลย

น้องคนไทยที่ไปด้วยกันคนนึงต้องต่อเครื่องบิน น้องนัท
แต่ตั๋วดันมีปัญหาทำให้ขึ้นเครื่องไม่ได้จนตกเครื่อง
ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเพราะว่าไม่มีตั๋วมั้ง แบบที่ไทยไม่ได้ให้ตั๋วน้องนัทมา
ซื้อใหม่ด้วยซ้ำมั้ง แต่ก็ไม่ได้อยู่ดี สงสารน้องนัทมากๆ = ="
เรเน่เลยให้น้องนัทไปกับเขา แล้วให้ Host ไปรับที่บ้านเรเน่แทน

ไนท์ก็รอแล้วรออีก คิดเล่นๆว่า เราจะเป็นคนสุดท้ายรึเปล่า
ระหว่างนั้นก็แอบร้องเพลง Oh My God ของ Kaiser Chiefs เล่นไปด้วย
ยังมีอารมณ์ร้องเพลงนะ เพราะว่าแอบกังวลล่ะ

เพราะในที่สุด ไนท์ก็เป็นคนสุดท้ายจริงๆ
แล้วนานมากแล้วที่เด็กคนรองสุดท้ายไนท์ถูกรับไป T____T
จนเรเน่สงสัยว่าทำไมไม่มารับไนท์ซะที

อ้อ ข้อมูลของ Host Family ของไนท์ในตอนนั้นคือ
เป็นบ้านที่มีแต่แม่ แม่ก็เป็นแม่บ้านอยู่กับบ้าน
มีพี่ชาย 2 คนชื่อ เจอโรม อายุ 23 กับ เดวิด อายุ 29
และก็น้องสาวอายุ 3 ขวบ = ="
ไม่เคยเห็นรูปและติดต่อกับครอบครัวนี้ก่อนมาเลย
ไนท์ติดต่อไปแล้ว ปรากฎว่าทางโครงการให้เบอร์มาผิด
จดหมายเค้าก็ได้รับ แต่ไม่ได้ตอบไนท์ ครอบครัวนี้มีชื่อว่า Botha

กลับเข้าเรื่อง หลังจากรอด้วยใจตุ้มๆต่อมๆราวชั่วโมงกว่า
ในที่สุด Host ของไนท์ก็ปรากฎตัวเสียที
มาพร้อมกับ Area Rep ใน Area ที่ไนท์ไปอยู่ ชื่อ แอกเนส
อีเจ๊คนนี้ เดี๋ยวหลังจากนี้จะมีอีกหลายคดีกับไนท์

Host Mom เป็นคนดำตัวอ้วนๆ เตี้ยกว่าไนท์ แต่ที่นั่นเรียกว่า coloured ก็พอ
Black เลยมันจะเป็นอีกประเภทนึง น่าสับสนจริงๆ
เค้ามากับ Host Sister ที่อายุ 3 ขวบ
หน้าตาเหมือนตุ๊กตาคนป่าที่หัวฟูๆหลายๆสี เมื่อก่อนมีเกลื่อนตลาดอ่ะ
ไนท์จำไม่ได้ว่าเค้าเรียกตัวนั้นว่าอะไร แต่เหมือนจริงๆ = ="

หน้าตาโฮสมัมคนแรกของไนท์นี่ก็น่ากลัวอยู่ไม่หยอก
ตัวดำๆ ตาโตๆ ใส่เสื้อโค้ดสีแดงแปร๊ดเลยทีเดียว
ระหว่างนั้นแอกเนสกับเรเน่ก็คุยกัน โดยที่โฮสมัมไนท์ยืนยิ้มอยู่ข้างพวกนั้น
ส่วน Host Sis ของไนท์ก็มานั่งเล่นกะไนท์ฆ่าเวลาไปเรื่อย
ยังคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง มันก็เขิลไนท์ ไนท์ก็เขิลมัน ฮ่าๆๆ

เนื่องด้วยว่าทาง Host Brothers ของไนท์ไม่ว่างมารับ
ทาง Area Rep ซึ่งบ้านอยู่ใกล้ๆบ้านของ Host ไนท์เลยมารับแทน

หลังจากกอดร่ำลากับน้องนัทที่หลังจากนี้จะไปรอ Host Fam ที่บ้านเรเน่แล้ว
ไนท์ก็เดินทางไปกับแอกเนสและโฮสมัม โดยที่มีสามีของแอกเนสเป็นคนขับ
ได้มีการผ่านเข้าไปในตัวเมืองที่ไม่ค่อยจะมีคนสักเท่าไหร่
จนเริ่มออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ ฟ้าก็เริ่มโพล้เพล้ เราก็ยังไม่ถึงกันซะที
ระหว่างทางเค้าก็ drop แอกเนสที่โรงพยาบาลเล็กๆ
เพราะว่าถึงเวลาทำงานของเขาพอดี

แล้วก็ไปกันต่อจนออกนอกเมืองมาไกลมาก รวมเวลาน่าจะ 2 ชมกว่าๆแบบรถไม่ติดเลย
เขตที่ไนท์อยู่มีชื่อว่า Mid-Ennderdale ใน Ennerdale ก็พอจะรู้มาก่อนว่ามันชานเมือง
แต่ไม่คิดว่ามันจะไกลได้ขนาดนี้ = ="
ก่อนที่ไนท์จะมา SA คุณอาของไนท์ได้ติดต่อหาเพื่อนที่อยู่ที่นั่น
แล้วก็ให้ที่อยู่ของไนท์ไป ให้เค้าเช็คให้หน่อยว่าเป็นยังไง
เพื่อนเขาก็ตอบกลับมาว่า อยู่ชานเมืองเลย แล้วก็เป็นพวกคนไม่ค่อยมีเงินอยู่
ถึงอย่างนั้นไนท์ก็ไม่ได้คิดอะไรในแง่ร้ายมากมายเท่าไหร่
มาถึงนี่แล้วก็คงไม่มีทางเลือก จะโวยวายตั้งแต่ยังไม่เคยเจอ Host ก็ใช่เรื่อง = ="~

พอฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ เราก็มาถึงเขตที่ไนท์อาศัยอยู่
คงเป็นเพราะฟ้ามืดด้วย Area นั้นเลยดูน่ากลัว คนเยอะมากแต่ล้วนแต่เป็นคนดำ
เค้าเริ่มชะลอความเร็วรถลง ในเขตที่มีแต่บ้านหลังเล็กๆและมีแต่พวกวัยรุ่นจับกลุ่มกัน
สภาพบ้านแถวนั้นจะเป็นแบบบ้านชั้นเดียวแล้วก็เล็ก ไนท์ไม่ได้ดูถูกแต่มันเล็กมากๆ
ประมาณสถานีตำรวจข้างถนนของประเทศไทยหลังครึ่งเลยอ่ะ

ไนท์ก็เริ่มซีดละ แบบเห็นแล้ว "เฮ้ย จะให้เราอยู่แบบนี้หรอ"
แต่ปลายถนนก็เห็นบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิดอยู่ ไนท์ก็เริ่มคิดในใจว่า "ขับต่อไปอีกนะ อีกนิดๆ"

ถึงอย่างนั้นความจริงก็ยังเป็นความจริงเสมอ
รถที่ไนท์นั่งเลี้ยวไปจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง บ้านสีฟ้าไม่มีรั้วหลังเล็กๆมอซอๆชั้นเดียว
บ้านก็พอจะมีบริเวณอยู่หรอก เป็นดิ้นแห้งๆ มีต้นกุหลาบอยู่ต้นเดียว
รั้วที่บอกว่าไม่มี จริงๆแล้วมันก็มีแหล่ะ = ="
แต่เป็นเสาง่อยๆสองต้นที่มีลวดหนามขาดๆห้อยอยู่สองสามเส้น

อารมณ์ตอนนั้นแบบน้ำตาแทบแตก
ถ่อมาไกลเพื่อที่จะได้อยู่ในที่แบบนี้หรอเนี่ย
ไนท์ไม่ได้หวังอะไรก่อนที่จะไป แต่ก็ไม่เตรียมใจว่ามันจะแย่ขนาดนี้

สภาพบ้านแย่ไม่พอ สถานที่ที่มันตั้งอยู่ก็แย่ไม่แพ้กัน
เพื่อนบ้านทุกคนมีสภาพบ้านแทบจะไม่ต่างกัน
บ้านขนาดเท่ากัน แต่สีต่างกันเรียงกันไป
บางบ้านก็มีคนนั่งกินเหล้ากัน ท่ามกลางกองของพังๆ
เด็กรุ่นๆผิวดำเดินจับกลุ่มกันโวกเวกเสียงดังตามถนนหน้าบ้าน
ไนท์ไม่ได้รังเกียจที่เค้าเป็นคนดำอะไรหรอก
แต่ไปเจอแบบนั้นทันทีเลยมันก็ออกจะน่ากลัวเกินไปหน่อยไม๊

ไนท์พูดอะไรไม่ออก ได้แต่จำใจขนของเข้าบ้าน
ในบ้านก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่ ตกแต่งแบบพอมีพอเกิด
กลอนประตูหน้าบ้านเด๋วเปิดได้เด๋วเปิดไม่ได้
เค้าเลยไปใช้ประตูข้างบ้านแทน ที่ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่

ภายในบ้านแบ่งออกเป็น 4 ห้อง
คือห้องนอน 3 ห้องและ 1 ห้องน้ำ
ไนท์ได้นอนห้องที่รองใหญ่เลยทีเดียว
เตียงที่เค้าจัดไว้ให้ก็ประมาณ 5 ฟุตล่ะ
ไนท์ก็ซึ้งนะ เพราะเหมือนเค้าก็พยายามให้ไนท์ดีๆ
ผ้าปูที่นอนก็ดูดีกว่าห้องอื่น เค้าก็เตรียมให้ดีที่สุดแล้ว

ห้องที่ไนท์อยู่ไม่ได้ใหญ่มาก เตียงก็เกือบจะเต็มห้องแล้ว
มีตู้เสื้อผ้าวางทะแยงอยู่ที่มุมหนึ่ง กับกองเก้าอี้สุมๆอยู่ปลายเตียงกับข้างเตียง
แล้วก็โต๊ะ มีแจกันดอกไม้ฝุ่นจับอยู่ปลายเตียงมุมห้องอีกที

พอเอาของเข้าไปเก็บเสร็จ โฮสมัมก็เรียกให้ไปซื้อของกับเขา
ไนท์เดินออกไปกับเค้าด้วยความหวาดระแวงหน่อยๆ
เพราะว่ามันก็เวลาประมาณทุ่มกว่าแล้ว และที่ที่อยู่นี่ก็น่ากลัวเหลือเกิน

โฮสมัมพาเดินไปอ้อมไปแค่หลังบ้าน ก็เจอกับร้านขายของชำขนาดกลาง
เค้าเรียกร้านแบบนี้ว่า ตั๊กชอป จำไม่ได้แล้วว่าเขียนยังไง = ="

ระหว่างทางที่เดินไป แม้จะไม่ไกล แต่ไนท์ก็กลัวไม่ใช่น้อย
คิดดู ฟ้ามืดๆ แล้วมีใครก็ไม่รู้มายืนจ้องเราเต็มไปหมด
ไนท์ไม่ได้คิดไปเองด้วยนะ ที่ว่าเค้าจ้อง
ที่จ้อง ก็คือ เค้าจ้องกันจริงๆ แบบหันไปมองแล้วไม่มีการหลบตาเลย

พอเข้าไปในตั๊กชอปได้ ไนท์ก็เดินตามโฮสมัมไม่ปล่อย
ถึงจะน่ากลัว แต่เค้าก็เป็นคนเดียวที่ไนท์รู้จักในตอนนี้ T____T
ร้านไม่ใหญ่มาก ของก็ขายเท่าที่จำเป็น ไม่เหมือนเซเว่นบ้านเราเลย
ถึงร้านจะค่อนข้างสว่าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันน่ากลัวลดลงเลย
ทุกคนในร้าน คนดำล้วนๆ ... ล้วนๆๆ ยังคงจ้องมองมาอย่างเคย
อาจจะไม่ได้จ้องแบบกินเลือดกินเนื้อ แต่เป็นการจ้องแบบอยากรู้อยากเห็นมากทีเดียว
เด็กผู้ชายบางคนก็แอบหัวเราะคิกคัก มองมาทางไนท์แล้วคุยอะไรกันก็ไม่รู้ด้วยอีกแน่ะ

พอออกจากตั๊กชอปมา โฮสมัมก็หยุดคุยกับเด็กคนนึง
เป็นเด็กผู้ชายที่เด็กกว่าไนท์ชื่อ ริชาร์ด
โฮสมัมบอกว่า เด็กคนนี้ก็เรียนอยู่ Oakdale เหมือนกัน
ให้รู้จักกันไว้ มีอะไรจะได้ถามเค้าได้ ไนท์ก็เออออ จับมือทำความรู้จักไป

แต่เอาเข้าจริงๆไนท์ก็ำจำเด็กคนนั้นไม่ได้หรอก แล้วก็ไม่เคยเจออีกเลย
ก็คงเหมือนคนตะวันตกที่มองว่าคนเอเชียหน้าตาเหมือนกันหมดในตอนแรก
ไนท์ก็มองว่า พวกคนผิวสีหน้าตาเหมือนกันหมดเหมือนกัน = ="

:
:
:

เอาล่ะ ขอจบไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน
ต่อไปจะพูดถึงคืนแรกที่บ้าน Botha T___T
ยาวไปเด๋วไม่น่าอ่านเน้อ

^_____^

ก่อนอื่นที่จะเล่าเรื่องที่ไปเจอมาใน South Africa
มีสองเรื่องที่อยากจะบอกก่อน ฮ่าๆๆๆ

เรื่องแรก ... อยากจะขอกลืนน้ำลายตัวเองด้วยการบอกว่า
ไนท์กลับไปมี Hi5 แล้ว O_o"
สาเหตุเพราะเพื่อนๆติดต่อไนท์ไม่ได้ 555+
แต่คอนเซปเดิม มีแต่เพื่อนที่รู้จักกันจริงๆ
ไม่นิยมแอดใครก็ไม่รู้ ถ้าแอดนี่ต้องมีอะไรเหมือนกันบ้าง
อย่างแนวเพลงที่ฟัง ไม่ก็ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน :D
แต่เท่าที่แอดมา คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนนี่มีอยู่คนเดียวเองนะ
ไม่บอกในนี้ละกันนะ หากันเอาเองถ้าอยากเห็นหนังหน้าไนท์

เรื่องที่สองคือ ... อ่าน Blog อันที่ 11
ท่านจะเห็นว่า คุณแฟน ของไนท์ได้ไปเรียนที่เกาหลีตั้งแต่มีนา
ตอนนี้ ด้วยพลังความรักของไนท์ ว่ะฮ่าๆๆๆ
ไนท์กำลังจะไปแลกเปลี่ยนที่เกาหลีปลายเดือนนี้ค่ะ :D
ประมาณว่า ตามล่าเลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ เป็นเวลา 4 เดือน
กลับเดือนธันวาคม พร้อมกับคุณแฟนเลยนะ ฮ่าๆๆ
ไม่ค่อยเลยเรา = ="

------------------------------------------

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า

ในที่สุด เด็กไทยตัวน้อยๆ 3 คนก็ไปถึง SA
สิ่งที่ไนท์สังเกตอย่างแรกก็คือ
พนักงานที่นั่น Friendly มากๆ
เป็นคนดำนะ แต่ว่าไม่ได้น่ากลัวเลย
เป็นคนเข้าหาพวกไนท์ที่ยืนทำหน้ามึนด้วยอีกแน่ะ

พอเดินออกมาถึงจุดรับผู้โดยสาร
อยากรู้ว่าใครออกแบบจุดนั้น ฮ่าๆๆ
เพราะมันทำให้พวกเราเด่นเหลือเกิน = =
ส่วนมากเวลาเดินออกมาจากที่รับกระเป๋า
มันจะเป็นทางเดินยาวๆ แล้วมีคนยืนข้างทาง
แต่สนามบินที่แอฟริกาใต้จะเป็นแบบวงกลม
ประมาณว่า เดินออกไปนี่ เราจะอยู่ตรงกลาง
แล้วทุกคนก็ล้อมรอบ มองตรงมาที่เรา = ="
แอบเขิลล์กันเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆ

หลังจากคุยกันว่าจะรู้ได้ยังไงว่่าคนไหนมารับเรา
ผู้หญิงสามคนก็เดินเข้ามาหาเราพลางซักถาม
ถึงได้รู้ว่าพวกเค้านี่ล่ะ คนจากโครงการมารับ
ผู้หญิงยิวผิวขาว (ไนท์รู้ได้ยังไงไว้เล่าทีหลัง)
เป็นเจ้าของโครงการ ชื่อ เรเน่
มากับ Area Rep ที่เป็น Black อีกสองคน
จำชื่อไม่ได้ค่ะ แหะๆๆ

เขาบอกว่า เด๋วต้องรอเด็กเยอรมันอีกยี่สิบกว่าคน
แล้วก็ทักด้วยว่า เด็กไทยเซทนี้ตัวเล็กกันจัง
เซทที่แล้วๆมามีแต่ยักษ์ๆ 55555+

ช่วงที่ไปเป็นช่วงหน้าหนาวของเค้าพอดี
ท้องฟ้าโปร่งใสสวยมาก แต่ลมนี่ทำรวดร้าวถึงกระดูก

หลังจากรอเป็นเวลาเกือบๆชั่วโมง
เหล่าเด็กเยอรมันก็มาถึง เยอะมากๆ ทำเด็กไทยกลัว
เด็กเยอรมันชอบมาแลกเปลี่ยนที่นี่กันมาก
ไนท์ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไม
รู้แต่ว่าตัวภาษาอัฟริคานส์มีรากมาจากเยอรมัน
ยิ่งถ้าเป็นคนจากประเทศที่พูดดัทช์ได้นี่
บางทีก็ฟังออกตอบได้เลยทีเดียว

หลังจากมากันครบแล้ว
เรเน่ก็พาพวกเราออกเดินทางไปค้างแรมกัน
ยังไม่ได้เข้าบ้านโฮสค่ะ จะได้เข้าในวันถัดไป
ดังนั้นวันแรกนี้เค้าเลยพาเราไปพักที่แคมป์กัน
เป็นกึ่งๆปฐมนิเทศน์และก็พาเที่ยว
ทำให้ไม่คิดถึงบ้านได้พักใหญ่ๆ :P

หลังจากนั่งรถออกจากสนามบินมา 2 ชม. กว่าๆ
เราก็ถึงที่พักกัน เป็นแคมป์พักที่จะมีแค่สองบ้านใหญ่ๆ
พูดง่ายๆก็เหมือนค่ายสำหรับให้โรงเรียนพานักเรียนมาพักล่ะ
แต่ไนท์จำชื่อไม่ได้ เพราะไปแรกๆ ไม่รู้จักอะไรเลย เสียดายมากๆ

พอไปถึงที่พัก หลังจากเก็บของและทานอาหารเที่ยงกันแล้ว
เค้าก็พาเราไปนั่งกลางแจ้ง แดดอุ่นกำลังดี เพราะอากาศเย็นมากแล้ว
เรเน่ก็ให้แนะนำตัวแล้วบอกเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกมาที่นี่
คำตอบส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพราะว่า ที่นี่มันน่าสนใจ = ="
มีแต่ไนท์ที่บอกว่า เลือกที่นี่เพราะไม่อยากไปอเมริกา
แถมทำให้ได้รู้ว่า มีไนท์คนเดียวที่ Over 18 แล้วในบรรดาเด็ก 30 คน

แก่ได้อีก 555555+

หลังจากนั้นเรเน่ก็แจกเอกสารที่จำเป็นให้พวกเรา
ในนั้นมีเบอร์ติดต่อ มีกฎต่างๆของทางโครงการ
ตอนนั้นยังไม่ได้เจออะไรจริงๆ ก็เลยยังไม่ได้คิดอะไร

ในบรรดากฎพวกนั้น ก็มีข้อนึงบอกว่า
ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียว โดยเฉพาะตอนกลางคืน
และสถานที่ที่คนในละแวกนั้นห้ามไม่ให้ไป
ซึ่งจะมีการเตือนเป็นจุดๆสำหรับนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว
เรเน่บอกว่า ถ้าเกิดว่าอยากตายแบบที่ไม่ให้ที่บ้านได้ศพคืน
ก็เชิญฝืนไปกันได้เลย
= =" ไม่ค่อยจะขู่

ช่วงเวลาว่าง เด็กไทยจะได้รับความเอ็นดูจาก Area Rep มากหน่อย
เพราะว่าเด็กไทยที่ผ่านมาค่อนข้างจะเป็นที่รู้กันว่า อ่อนน้อม
ไนท์ว่ารุ่นไนท์มีแต่เด็กนิ่มๆทั้งนั้นเลยนะ น้องๆที่มาด้วยกันน่ารักมาก
แล้วเค้าจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องชื่อเล่นของเรากันเท่าไหร่
เค้าจะ Prefer ชื่อจริงมากกว่าชื่อเล่น โดยเฉพาะเรเน่
เค้าไม่เคยเรียกไนท์ด้วยชื่อเล่นเลย

ขอบอกไว้ก่อนว่า ถ้าตามอ่านไปนานพอ
ช่วงเดือนที่ 3 ไป เรเน่จะเกลียดไนท์มาก ฮ่าๆๆๆ
ซึ่งจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ไว้ค่อยๆเล่าไปดีกว่าเน๊อะ :D

ในช่วงค่ำ เรเน่ก็พาเด็กๆไปเที่ยว Suncity
ซึ่งกว่าจะได้เข้าไปก็แย่เหมือนกัน เพราะว่าเราไปกันค่ำไป
ที่ Suncity มีกฎว่า ถ้าหลัง 8 pm แล้ว
จะไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเดินโดยไม่มีผู้ปกครอง
ตอนนั้นอังกฤษยังห่วยเลยฟังไม่รู้เรื่อง แต่เหมือนจะมีคาสิโนในนั้น

5555+ ไนท์ดันแก่อยู่คนเดียวตอนนั้นซะด้วยสิ :D

พวกเราเลยอดลงไปเดินเล่นกัน
ได้แต่นั่งรถไปรอบๆ และได้ลงเดินแค่จุดเดียวคือ
The Palace of the Lost City แค่ช่วง Lobby ถึง Shawu

Shawu คือรูปปั้นช้างที่พบใน The Seven Kruger National Parks
ที่มีงาใหญ่ที่สุดที่เคยพบมา ถือเป็นช้างที่ดังที่สุดใน SA เลยนะ ฮ่าๆๆ

หลังจากได้ชม Suncity อยู่หยิ๋มนึง
เราก็กลับที่พักกัน พร้อมกับมี BBQ Party เล็กๆกันหลังแคมป์
อร่อยมากเลยทีเดียว อาหารใหญ่มื้อแรกที่ SA :D
ก่อนเค้าจะปล่อยเราไปนอนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเหนื่อยมากคงไม่หลับ
เพราะว่าหนาวมากๆ และที่นั่นไม่มี Heater เลยสักกะตัว T____T

และก็บางคนอาจจะกำลังคิดอยู่
ถะ ถะ ถูกต้องนะค้าบบบบ
ไม่ได้อาบน้ำนั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆ
หนาวเกิน อาบไปนี่มีกรี๊ดแน่นอน
เด็กเยอรมันก็ไม่อาบกันเหอะค่ะ ฮ่าๆๆๆ
เราจึงต้องทำตัวกลมกลืน :P

ในวันต่อมา เราก็ถูกปลุกกันแต่เช้ามืด
เพราะว่าเรเน่จะพาพวกเราไป Pilanesburg National Park กัน
ต้องรีบๆไป เพราะว่านี่เป็นช่วงหน้าหนาว ถ้าอยากจะเห็นสัตว์ก็ต้องรีบไปกันเช้าๆ

เรื่องของอากาศนั้น
หนาวเข้าไส้มาก สำหรับเด็กไทยอย่างไนท์
แต่พอได้อยู่กับแดดมันก็พอทนนะ ฮ่าๆๆ

สวยมากๆเลย NP ที่นั่นเท่าที่จำได้
อยากรู้ว่าแบบไหน ก็ลอกแบบออกมาจากสารคดีในทีวีเลยค่ะ
เสียดายที่ไม่มีรูปมาอวดเลย เพราะว่ากล้องแบทหมดค่ะ
ตอนนี้เลยพยายามระลึกชาติเต็มที่เลยทีเดียว = ="

อย่างที่บางท่านอาจจะรู้ ที่ SA จะมีสัตว์ 5 ชนิดที่เรียกว่า Big Five
ได้แก่ ช้าง เสือดาว สิงโต แรด และก็ควายป่า
ขอโม้ว่าได้เจอ 4 จาก 5 เลยนะ :D
ที่ไม่ได้เจอมีอยู่อย่างเดียวคือ เสือดาว เพราะมันนอนช่วงวัน
แต่สิงโตที่เห็นนี่ก็ผอมโกรกใช้ได้เลย
มันมองมาที่รถเนือยๆ ก่อนจะหลบหน้าไป
ประมาณว่าหน้าหนาว ลุงเค้าคงไม่ค่อยได้กินล่ะมั้ง = ="

นอกจากนี้ก็ได้เห็นยีราฟ ม้าลาย หมูป่า กวาง จระเข้
และบรรดาสัตว์ตอดพืชอีกมากมาย

ช้างอัฟริกาใหญ่มากๆ สวยมากๆด้วยเหมือนกัน
มีอยู่ตัวนึงที่เห็นที่อีกฟากของแม่น้ำ
มันวิ่งตามรถจี๊ปคันนึง = =" น่ากลัวมากมาย
แถมรถต้องหนีแบบถอยหลังด้วย
แอบลุ้นกันอยู่ว่าจะโดนพี่ช้างเหยียบให้รึเปล่า
แต่ก็ปลอดภัยดีทั้งรถและคน : )

อ่อ พวกเราอยู่บนรถนะคะ
ลงไปเดินนี่คงเป็นข้าวเช้ามันแน่ๆเลย

:
:
:

ไว้มาต่อภาค 3 นะคะ :D
คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องในวันที่สองต่อ
ที่จะได้เข้าบ้าน Host แล้ว !!

บางทีอาจจะดูไม่ค่อยมีอะไรมากมาย
ไนท์เล่าตามที่ไนท์จำได้
หลังๆอาจจะเริ่มไม่เรียงแล้ว
5555+ ^________^
ตามใจคนเขียนเน้อ

Entry นี้จะขอเกริ่นถึงเหตุการณ์เริ่มต้นก่อนนะคะ ^^

ไนท์เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนช่วงปี 2005-2006 ค่ะ
ประเทศที่ไปแลกเปลี่ยนมาคือ แอฟริกาใต้
ต่อจากนี้ขอเรียกว่า SA .... [ South Africa ] นะคะ ^^

มีหลายๆคนถามว่า ทำไมถึงต้องเป็น SA
เหตุผลแรกๆที่ไนท์ตอบก็คือ .... ไม่อยากจะไปอเมริกาค่ะ
เป็นคำตอบที่ค่อนข้างแสดงความยโสน่าดู 555+
เพราะในความคิดคือ "ใครๆก็ไปอเมริกา" โดยเฉพาะเด็กแลกเปลี่ยน
เลยอยากจะไปที่ๆไม่ค่อยมีใครไป หรือ ประเทศไหนก็ได้ที่ไม่ใช่อเมริกา

ครั้งแรกเห็นป้ายประกาศที่โรงเรียนที่เรียนอยู่ตอนนั้น
พอเห็นชื่อประเทศที่เขายกตัวอย่างมา
ได้แก่ อเมริกา เยอรมันี และ แอฟริกาใต้

อยากจะบอกว่า ตอนแรกที่เห็นชื่อประเทศ SA แอบหัวเราเยาะด้วย
พลางชี้ไปที่ป้ายแล้วพูดกับเพื่อนว่า "ใครจะไปฟะ แอฟริกาใต้"
สุดท้าย ... ก็แกนั่นล่ะ = ="

ในตอนแรกนั้น คิดว่าจะขอทุนไปเยอรมันีค่ะ
แต่อายุดันเกินที่เขากำหนดไป 3 เดือน T_T อดเลยซะงั้น
เหลือตัวเลือกให้แค่ อเมริกา และ แอฟริกาใต้
จึงจำต้องเลือก SA ....

ซึ่งทำเอาพ่อไนท์ปลื้มมาก
เพราะประเทศนี้ มันค่อนข้างหาโอกาสไปอยู่นานๆได้ยาก
เป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังไปได้สวย กำลังโตได้ที่เลย

แต่ที่เราทุกคนเพิ่งมาค้นพบทีหลัง (ตามประสาคนไม่ค่อยตามข่าว) คือ
SA เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า อันตรายมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน
เท่าที่รู้ว่า อัตราคดีในเรื่องของการข่มขืนก็เป็นอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว

แต่ ... ไม่รู้ล่ะ ... ได้โอกาสมาแล้วก็ต้องไป เอิ๊กๆๆ

นอกจากนี้ SA ยังมีภาษาราชการถึง 12 ภาษา
แม่เจ้า ... ไม่รู้จะมีอะไรมากมาย
แต่ก็มีไม่มากเท่าไหร่ที่สามารถพูดได้ครบ ^^
เท่าที่เห็นที่เขาพูดกันได้คล่องๆก็จะเป็น
อังกฤษ / อัฟริคานส์ / ซูลู และ ซูตู
ช่องข่าวก็จะมีข่าวสำหรับแต่ละภาษาไป ^^"
วุ่นวายดี .... ฮ่าๆๆ

อย่างไรก็ตาม ...
ไนท์ก็อยู่ไม่ถึงปีค่ะ ^^ ขอกลับก่อนหลังจากอยู่ได้ 8 เดือน
ไม่ใช่ว่าอยู่ไม่ได้แล้วกลับแต่อย่างใด
แต่คิดว่ากลับมาเพื่อที่จะได้จัดการเรื่องอนาคตให้เสร็จ
และ 8 เดือนนี้ เราก็ได้เห็นอะไรๆมามากพอแล้ว
จึงตัดสินใจกลับค่ะ ^^

:
:
:

โครงการที่ไนท์ได้รับโอกาสนี้
จะไม่ขอเอ่ยนามนะคะ ... เพราะหลังจากนี้ Part ต่อๆไปจะมีเรื่องไม่ค่อยดี
ไม่อยากทำให้เขาเสียหาย เพราะหลังจากเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น
ทางโครงการก็ได้ยอมเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงบ้างไปแล้วค่ะ
( เฮ้อ ... ช่างเป็นบุญของเด็กรุ่นหลังพวกไนท์ )

เป็นอีกปีที่หนักหนาสาหัสมากสำหรับไนท์
เป็นปีที่ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง
เป็นปีที่ทำให้ได้รู้ว่า ไนท์ยังค่อนข้างต้องการ พ่อแม่ มากแค่ไหน
ใช่ว่าจะเป็นลูกแหง่อะไรนะคะ
แต่เวลาที่เราเจอเรื่องร้ายๆ เวลาที่ต้องร้องไห้
สองคนแรกที่นึกถึง และยังคงเป็นอยู่ทุกวันนี้
ก็คือ พ่อแม่ของเรา นี่ล่ะค่ะ ^^

ตอนอยู่นู่น ทำพวกท่านหัวใจแทบสลายไปหลายรอบ
ทำอะไรไว้หลายอย่าง ... พูดง่ายๆก็ดื้ออยู่นะ แต่ดื้ออย่างมีเหตุผล
เข้าข้างตัวเองมากมาย 55555+

:
:
:

ข้อมูลที่คุณไม่ต้องการจะรู้ แต่อยากจะบอก ^^ ::
วันเดินทางไป ...... 14 กรกฎาคม 2548
วันเดินทางกลับ ...... 18 มีนาคม 2549
จำนวน Host Family ...... 3 ครอบครัว ( 1 อาทิตย์ / 2 เดือนนิดๆ / 6 เดือนเศษ )
โรงเรียนที่ไปศึกษา ...... Oakdale กับ Fred Norman

:
:
:

ก่อนถึงวันเดินทาง ก็ทำไนท์ทะเลาะกับแม่ไปหลายเรื่อง
ไนท์งี่เง่าไง = =" กว่าจะได้ไปนี่มีเอกสารเยอะแยะมากมาย
จนตอนนั้นยังเด็กๆเลยหงุดหงิดเอา ทั้งๆที่แม่จัดการให้แทบทุกอย่าง
แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี ^^ เสียเงินไปหลายบาท = ="

พอวันเดินทางมาถึง ทางโครงการก็เกือบจะทำให้ไม่ได้ไปซะแล้ว
เครื่องจะเดินทางถ้าจำไม่ผิดจะประมาณ 6 โมงไม่ก็ 1 ทุ่ม
2 ชม. ไปพักที่สิงค์โปร์ก่อน แล้วค่อยต่อ 10 ชม. ไปยัง Johannesburg ที่ SA
ซึ่งเราก็ควรจะได้ Check in กันประมาณ 4 โมงเป็นอย่างน้อย
ทางโครงการก็นัดไว้อย่างนั้น

แต่พอเอาเข้าจริงๆ
จะ 5 โมงแล้ว เจ้าหน้าที่จากทางโครงการยังไม่มาสักคน = =
แล้ว Passport + Visa + Ticket ก็อยู่กับพวกเจ๊นั่นล่ะ
เขามาถึงประมาณ 5 โมงเศษ ทำเสียวให้พวกเรากันทุกคน

ตอนที่ลากันไนท์ไม่ได้ร้องไห้ ^^"
พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ร้อง
ก็แค่ปีเดียว แปปๆก็ผ่านไป ฮิ้วๆๆๆ
แต่ตอนที่กำลังจะผ่านด่านไปแล้ว
หันไปเห็นพ่อกับแม่โบกมือมาให้
ก็ช้ำใจแปลกๆอยู่เหมือนกัน T-T

พ่อกับแม่ไนท์ ....
ค่อนข้างเป็นปลื้มที่ไปแลกเปลี่ยนแล้วไปประเทศแบบนั้น
ท่าทางเขาภูมิอกภูมิใจมาก หลังจากไล่แล้วไล่อีกให้ไปหาโครงการสอบ

ดังนั้น เขาสองคนจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผล
ที่ทำให้ไนท์ดื้อและรั้นกับคนที่นู่นค่อนข้างมากนัก
เหตุการณ์อื่นๆ จะค่อยๆทยอยๆเล่านะคะ ^^

xoxo